ใกล้ถึงช่วงวันหยุดยาวกันแล้ว หลายคนคงเริ่มลิสต์รายชื่อหนังเก่าๆเอาไว้ดูช่วงนั้นกัน วันนี้ DailyGizmo ขอรีวิวหนัง Sci-Fi น่าดู กับ “Interstellar ทะยานดาวกู้โลก”

สวัสดีค่าเพื่อนๆ วันนี้เราจะมารีวิวหนัง Sci-Fi กับเรื่องที่คุณเองก็ต้องคุ้นเคย Interstellar ซึ่งบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้มีให้คุณครบรส ทั้งความรัก ความเข้าใจ ดราม่า ซึ้ง เศร้า ตื่นเต้น จัดเต็มมาแบบล้นๆ กันไปเลย โดย Interstellar นั้นเป็นเรื่องราวของโลกที่กำลังเกิดวิกฤตขึ้น ความแห้งแล้งมาเยือน พืชผักต่างๆ ล้มตาย และมีฝุ่นทรายเต็มบ้านเมืองไปหมด จะเหลือก็เพียงแค่ข้าวโพดพอประทังชีวิตชาวโลกไปวันๆ

โดยหนังเรื่องนี้ได้มีการเก็บรายละเอียดในเรื่องของความเป็นอยู่ของผู้คนได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ บอกเล่าว่าวิถีชีวิตของโลกในหนังนั้นแตกต่างจากโลกเราทุกวันนี้ยังไง ซึ่งมันสะท้อนภาพของวันสิ้นโลกออกมาได้แบบโดดเด่น ชัดเจนมาก มีความสมจริง และสมเหตุสมผล ทำให้หมดห่วงเรื่องคนที่ชอบจับผิดหนังว่าดูแล้วจะไม่สนุก หรือไม่เมคเซนส์

ภารกิจค้นหาดาวดวงใหม่มาแทนโลก

แน่นอนว่าในเมื่อสภาพโลกเรากำลังเข้าสู่จุดวิกฤตขั้นสูงสุด พืชผักอะไรก็ปลูกไม่ขึ้น และสภาพอากาศยังมาเป็นแบบนี้อีก ทำให้ข้าวโพด อาหารหลักอย่างสุดท้ายก็ค่อยๆ หมดลง NASA ค้นพบว่าพืชพันธุ์ของโลกเรากำลังจะหมดไป และสุดท้ายมนุษย์ก็จะสูญสิ้นตามไปด้วย โดยรุ่นลูก และรุ่นหลานของตัวเอกนี่แหละค่ะที่จะได้มองเห็นโลกใบนี้เป็นรุ่นสุดท้าย

เมื่อรู้แบบนั้นแล้วจึงได้มีการเริ่มต้นสำรวจดาวดวงใหม่เพื่อหาโอกาสความเป็นไปได้ที่จะย้ายชาวโลกไปอาศัยอยู่ที่นั่น เมื่อเนื้อหาเข้มข้นถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องมีฉากลุ้น ซึ้ง ดราม่า มาเรียกอารมณ์ความประทับใจ ซึ่งฉากซึ้งกินใจของเรื่องนี้ก็แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครให้เราได้อินตามกันจนน้ำตาท่วมทุ่งเอาได้ง่ายๆ เล่นกับความเป็น ความตาย ที่ลุ้นระทึกจากภัยธรรมชาติ ทั้งในโลกและนอกโลก รวมถึงความสิ้นหวังแบบสุดๆ ที่สามารถเกิดได้จริงในชีวิตเรานับจากนี้ไปอีก 20-30 ปีข้างหน้า

นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนัง Sci-Fi ที่ดูได้สบายๆ ไม่ต้องหลงใหลในแสง สี เสียง หรือบทบาทที่ลึกซึ้งอะไร ก็สามารถเข้าใจในตัวหนังได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบความสมจริง และความ Real ของบท และอารมณ์ รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ของตัวหนังล่ะก็ Interstellar สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน