FAA ประกาศสองกฎใหม่สำหรับผู้ใช้โดรนในสหรัฐ หนึ่งในนั้นคือ การบังคับใช้ Remote ID ที่เปรียบเหมือนป้ายทะเบียนรถยนต์สำหรับโดรน

โดรนสมัยนี้มีหลากรุ่น หลายราคาทำให้ซื้อหามาใช้งานได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่ามีหลายคนเอาโดรนไปใช้งานในทางที่ผิด เช่น การละเมิดความเป็นส่วนตัว การลักลอบบินในพื้นที่ห้ามบิน จึงทำให้ต้องมีกฎหมายควบคุม ซึ่งก่อนหน้านี้การตามตัวผู้ทำผิดนั้นจะค่อนข้างยาก ทาง FAA หน่วยงานที่ดูแลเรื่องของอากาศยานของสหรัฐจึงได้ออกกฎใหม่ 2 ข้อ มีผลบังคับใช้ในสหรัฐอเมริกา

เรื่องแรกคือ การบังคับใช้ Remote ID หรือป้ายทะเบียนเสมือนจริงสำหรับอากาศยานไร้คนขับ เพื่อช่วยให้สามารถระบุข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้น เช่น เลขประจำเครื่องของโดรน ตำแหน่งของโดรน ตำแหน่งของผู้บังคับโดรน เป็นต้น ซึ่งผู้ควบคุมโดรนนั้นจะต้องมีหนี่งในสามวิธีเพื่อแสดง Remote ID

1. โดรนที่ควบคุมจะต้องมี  Remote ID ในตัว ที่สามารถเผยแพร่ข้อมูล รวมถึงพิกัดของโดรนและฐานควบคุม

2. โดรนติดโมดูล Remote ID (สามารถติดหรือแยกชิ้นส่วนจากตัวโดรนได้) เพื่อใช้ในการเผยแพร่ข้อมูล, พิกัดและจุดขึ้นลง

3. โดรนที่ไม่มี Remote ID สามารถบินได้เฉพาะบริเวณที่ FAA ตรวจสอบได้

ทาง FAA รายงานว่าตอนนี้มีผู้ใช้โดรนมากกว่า  1.7 ล้านรายที่นำโดรนมาลงทะเบียน ส่วนนักบินที่มีใบรับรองนั้นอยู่ที่ราวๆ 203,000 คนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากโดรนมีการนำมาใช้เชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งกฎใหม่นี้จะออกมาใช้เพื่อควบคุมเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้น

ส่วนกฎข้อที่สองคือ การควบคุมโดรนบินเหนือฝูงชนและการบินเวลากลางคืน โดยจะระบุขนาดและคุณสมบัติของโดรนเอาไว้คือโดรนขนาดเล็กน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัมสามารถบนเหนือฝูงชนได้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุตกใส่ผู้คนแล้วจะไม่เกิดอันตรายเท่าโดรนลำใหญ่ๆ

ด้านการบินยามค่ำคืนนั้นโดรนจะต้องติดตั้งไฟกะพริบเหมือนกับเครื่องบินเพื่อให้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในระยะ 4.8 กิโลเมตร

กฎทั้งสองข้อนี้จะเริ่มประกาศใช้ในเดือนหน้า จากนั้นจะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 60 วันหลังประกาศ ส่วนฟากของผู้ผลิตโดรนมีเวลา 1 ปีครึ่งในการเพิ่ม Remote ID ไปยังโดรนของตัวเอง จากการเคลื่อนไหวในครั้งนี้น่าจะทำให้หลายๆประเทศเริ่มตื่นตัว นำ Remote ID ไปใช้กันมากขึ้น

ที่มา Techcrunch