สหรัฐอเมริกา เข้าขั้น ICU แล้ว ประเทศไทย ล่ะ?

ในช่วงสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ เศรษฐกิจทุกมุมโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พี่ใหญ่อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้พบกับศึกครั้งใหญ่ ปัญหารุมเร้าทั้งโรค Covid-19 ทั้งปัญหาเศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงเรื่องของปัญหาในประเทศ และความขัดแย้งในเรื่องของราคาน้ำมัน หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “จำนวนของคนที่ตกงาน” ในประเทศสหรัฐอเมริกา….เพียงแค่ระยะเวลา 1 เดือน มีจำนวนคนตกงานถึง 22 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อจำนวนของคนตกงานมากขึ้น สะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจที่จะตามมา มีผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินไว้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะหดหายไปเกือบ 40% และบางอุตสาหกรรมอาจกระทบหนัก ถึงขั้นต้องล้มละลาย หรือปิดตัวไป

เรื่องนี้อาจสร้างความกังวลใจให้หลายๆ คนและอดคิดไม่ได้ว่าถ้าประเทศใหญ่ยักษ์อย่างสหรัฐอเมริกาถึงขั้นเข้า ICU ประเทศไทยเราจะเป็นอย่างไรในอนาคต….

กลับมาที่บ้านของเรา ประเทศไทย….ถ้ามองย้อนกลับไปในอดีต ไทยเผชิญวิกฤตมากมาย วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการเมือง วิกฤตจากภัยธรรมชาติ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แม้กระทั่งสงครามเราก็ผ่านกันมาแล้ว ที่ผ่านมาแม้จะคลุกฝุ่น ผ่านร้อน ผ่านหนาว มามากมาย เราได้เรียนรู้ว่าทุกวิกฤตมีทางออก อยู่ที่ว่าเราจะตอบสนองกับวิกฤตต่างๆ นั้นอย่างไร กับวิกฤตครั้งนี้ กับวิกฤตไวรัสโควิด-19 เป็นสิ่งที่ใหม่ และไม่มีใครบนโลกนี้ ได้เตรียมตัว และไม่มีใครประเมินความรุนแรงของโรคระบาดครั้งนี้ได้เลย

เมื่อโควิดเริ่มเข้าสู่ประเทศไทย ความกังวล ความตระหนก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมืองใหญ่ๆเริ่มมีมาตรการป้องกัน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานที่ที่เป็นที่รวบรวมกลุ่มคนต้องปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค มีการประกาศให้ work from home เพื่อจำกัดปริมาณของผู้ใช้ขนส่งสาธารณะ และลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นลงไป แน่นอนว่ามีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ยอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ต้องงัดโปรโมชั่นมาสู้กัน เพราะไม่มีใครรู้ได้เลย ว่าวิกฤตครั้งนี้ จะยึดยาวไปแค่ไหน

แต่เป็นเรื่องที่น่าดีใจ ที่วิกฤตนี้ประเทศไทย ถือว่ารับมือได้ดี คนไทยเองดูแลความสะอาด และรู้จักการป้องกันตัวอย่างดี มากกว่านั้น เราได้เห็นชัดเจนว่าคนไทย มีความสามารถ และเก่งมากๆ ในหลากหลายวงการ แน่นอนว่าบุคคลากรทางการแพทย์ของไทย ผู้ที่อยู่ด่านหน้า คอยรักษาคนป่วยทุกคน ทำงานหนักมากๆ ซึ่งสาธารณสุขของประเทศไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับต้นๆของโลก และวิกฤตนี้ บุคลากรการแพทย์ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้ว ว่าแพทย์ไทย เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก หากดูจากข้อมูลจากกราฟด้านบน….เป็นการจัดอันดับเรียงจากประเทศผู้ที่มีผู้รักษาหายแล้วสะสมสูงที่สุด ไทยเราอยู่อันดับที่ 22 แต่หากลองนำจำนวนของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้ว เทียบกับประเทศอื่นๆ ประเทศไทยเราถือเป็นอันดับ 2 ของโลก (21 เมษายน 63) ในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดแล้วรักษาหาย โดย 75% ของผู้ติดเชื้อในไทย แพทย์สามารถรักษาให้หายได้! รองจากประเทศจีน ที่สามารถรักษาได้ถึง 93.2%….. ไม่เพียงไปกว่านั้น คนไทยในต่างประเทศ ก็ได้รับการดูแลจากนักการทูตไทยทั่วโลก ที่ทำงานอย่างหนักในการพาคนไทยกลับบ้านก่อนที่ประเทศไทยจะปิดน่านฟ้า เพื่อให้คนไทยได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยทางประเทศไทยก็ได้เตรียมสถานที่กักตัวไว้สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศไว้ด้วย

ที่สำคัญ ในวิกฤตครั้งนี้ เราได้เห็นความพยายามในการที่จะช่วยเหลือกันของคนไทยจากเกือบทุกวงการ วงการไอที และวงการหุ่นยนต์ก็แข่งกันลงสนามกันสุดๆ เรียกได้ว่าสู้ไม่หวั่น ผลิตหุ่นยนต์มาช่วยแพทย์ไทยกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ปิ่นโต ผลิตเครื่องช่วยหายใจ แผนที่ Database บอกพิกัดคนทำของบริจาคและโรงพยาบาลที่ต้องการรับของบริจาค หรือ chatbot สอบถามอาการเบื้องต้นที่เราเคยพูดถึงกันไปแล้วใน Dailygizmo

ประเทศไทยจะมีอนาคตเป็นอย่างไร คงไม่มีใครกล้าที่จะยืนยัน ด้วยสถานการณ์ที่ไม่มีทฤษฎีไหนสามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ เรียกได้ว่าเคยเรียนมาแบบไหน เคยเจอเหตุการณ์อะไรมา ต้องปิดหนังสือเก็บลงไปเลย….แต่เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทย สังคมไทย ไม่เคยทิ้งกันในยามวิกฤติและมีคนไทยจำนวนมากที่มีศักยภาพมากพอที่จะมาช่วยทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ อยู่ที่ว่าเราจะช่วยกันหาทางออกกันอย่างไร….

แล้วคุณล่ะคิดว่าประเทศไทยอนาคตจะเป็นอย่างไร ?